Introductionบทนำ

คนจำนวนมากตอบข้อความตั้งแต่เช้าจนดึก อยู่ในกลุ่มที่คึกคัก และยังเลื่อนดูชีวิตคนอื่นได้อีกนาน แต่พอวางเครื่องลง ความรู้สึกที่เหลือคือไม่มีใครรู้เรื่องจริงของวันนี้

Louise Hawkley และ John Cacioppo อธิบายว่า loneliness หรือความเหงา คือความรู้สึกทุกข์ที่มาพร้อมกับการรับรู้ว่าความต้องการทางสังคมของตนไม่ได้รับการตอบ โดยเฉพาะด้านคุณภาพของความสัมพันธ์ พวกเขาเรียกภาวะนี้ว่า perceived social isolation คือการรับรู้ว่าถูกแยกจากสังคม ซึ่งวัดคนละอย่างกับการอยู่คนเดียวตามข้อเท็จจริง

หัวข้อที่ 1 · Two Kindsเมื่อความเหงาไม่ใช่การอยู่คนเดียว

การอยู่คนเดียวอาจเป็นการพักที่เลือกเอง คนอ่านหนังสือเงียบๆ หรือเดินคนเดียวแล้วยังรู้สึกเพียงพอได้ ความเหงาเริ่มเมื่อความสัมพันธ์ที่มีอยู่ไม่พอกับความสัมพันธ์ที่ใจต้องการ

Robert Weiss แยกความเหงาเป็นสองแบบ emotional loneliness คือการขาดคนที่ผูกพันใกล้ชิด คนที่ไว้ใจให้รู้เรื่องจริง และ social loneliness คือการขาดวงคนที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่ง กลุ่มแชทที่ตอบกันทั้งวันอาจคลายความเหงาแบบหลังได้ชั่วคราว ขณะที่แบบแรกยังค้างอยู่ ถ้าไม่มีบทสนทนาที่อีกฝ่ายรู้จักชีวิตที่กำลังเป็นอยู่

หัวข้อที่ 2 · Thin Tiesเมื่อข้อความกองอยู่ชั้นนอก

Sherry Turkle บรรยายภาวะที่เรียกว่า alone together คือการที่คนอยู่ใกล้กัน แต่ละคนอยู่ในหน้าจอ และการเชื่อมต่อที่ต่อเนื่องจนเข้ามาแทนที่การสนทนา แจ้งเตือนที่เด้งทั้งวันให้ความรู้สึกว่ามีคนอยู่ แม้เรื่องที่แลกกันจะยังไม่ถึงชีวิตที่กำลังเป็นอยู่

Robin Dunbar พบจากรายชื่อเพื่อนออนไลน์ว่าทั้งจำนวนคนที่ติดต่อได้และขนาดของวงคนที่สนิทยังอยู่ในกรอบเดียวกับความสัมพันธ์นอกจอ การมีรายชื่อเพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้วงคนที่ดูแลกันได้จริงขยายตาม ข้อความจำนวนมากจึงอยู่ได้ในชั้นนอก ชั้นที่รู้ว่าเราออนไลน์ แต่อาจไม่รู้ว่าวันนี้เราเป็นอย่างไร

Rebecca Nowland, Elizabeth Necka และ John Cacioppo สรุปว่าความสัมพันธ์ระหว่างความเหงากับการใช้โลกออนไลน์เป็นไปได้ทั้งสองทาง การใช้เพื่อรักษาความสัมพันธ์เดิมหรือสร้างความสัมพันธ์ใหม่ช่วยลดความเหงา ส่วนการใช้เพื่อหนีจากการเจอคนและแทนที่การพบกัน ทำให้ความเหงาเพิ่ม และคนที่เหงาอยู่แล้วมีแนวโน้มใช้โลกออนไลน์ในทางที่สอง

หัวข้อที่ 3 · Being Countedเมื่อจำนวนข้อความตอบไม่ได้ว่ามีคนนับ

Julianne Holt-Lunstad และคณะแยกสามสิ่งที่คนมักเรียกรวมกัน คือการอยู่คนเดียว การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมน้อย และความรู้สึกเหงา ทั้งสามสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต แต่ไม่ได้วัดเรื่องเดียวกัน การนับจำนวนข้อความจึงตอบไม่ได้ว่าวันนี้มีคนนับเรา

Hawkley และ Cacioppo อธิบายด้วยว่าความเหงาทำให้คนไวต่อสัญญาณว่าจะถูกปฏิเสธ การเอื้อมไปหาคนจริงจึงรู้สึกเสี่ยงกว่าการอยู่ในแชทที่ตอบได้โดยไม่ต้องเปิดใจ เมื่อถอยจากการพบกัน ความเหงาก็ยิ่งถูกยืนยัน วงจรนี้ทำให้จำนวนข้อความเพิ่มได้ ขณะที่ความใกล้ไม่เพิ่ม

หัวข้อที่ 4 · Being Knownแยกการคุยทั้งวันออกจากคนที่นับได้

ทางออกอยู่ที่การมีคนที่รู้จักเรื่องจริง การปิดแชททั้งก้อนไม่จำเป็น ลองทำสามอย่างนี้

  1. Name One Person (เลือกหนึ่งคนนอกกลุ่ม)

    เลือกหนึ่งคนที่พอไว้ใจ แล้วย้ายหนึ่งเรื่องที่เคยพูดในกลุ่มไปคุยกันสองคน กลุ่มยังมีประโยชน์ แต่ชั้นในต้องการชื่อคน

  2. Ask Past the Sticker (ถามให้พ้นสติกเกอร์)

    ถามคำถามที่สติกเกอร์หรือคำว่า “รับทราบ” ตอบไม่ได้ เช่น วันนี้มีเรื่องอะไรที่ยังค้างอยู่ และตอบของตัวเองด้วยเรื่องจริงหนึ่งเรื่อง การถูกนับเริ่มเมื่อทั้งสองฝ่ายเล่าได้

  3. Notice the Quiet Hour (สังเกตชั่วโมงที่เงียบ)

    ถ้าชั่วโมงที่ไม่มีข้อความยังสบาย นั่นคือการอยู่คนเดียวที่เลือกเอง ถ้าวันที่ตอบแชททั้งวันแล้วยังว่าง นั่นคือสัญญาณว่าต้องการคนที่รู้จักเรื่องจริง การเปิดแชทเพิ่มไม่ปิดช่องว่างนั้น

Conclusionบทสรุป

การคุยทั้งวันบอกได้แค่ว่ามีการติดต่อ การมีคนที่รู้เรื่องจริงบอกได้ว่าเราถูกนับ ถ้าสองอย่างนี้แยกจากกันได้ ความเงียบจะไม่กลายเป็นคำตัดสินว่าเหงา และกลุ่มที่คึกคักก็จะไม่กลายเป็นหลักฐานว่าไม่เหงา

ลองทำแบบทดสอบด้านล่าง เพื่อสำรวจว่าคุณกำลังแยกจำนวนข้อความออกจากคนที่นับได้ หรือกำลังใช้การอยู่ให้เห็นในแชทแทนที่ความใกล้

คุณเหงาทั้งที่คุยกันทั้งวันแค่ไหน?

แบบทดสอบ 5 ข้อ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที พร้อมคำอธิบายผลและคำแนะนำ ผลลัพธ์เก็บอยู่บนเครื่องคุณเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม

  1. Weiss, R. S. (1973). Loneliness: The Experience of Emotional and Social Isolation. MIT Press.
  2. Hawkley, L. C., & Cacioppo, J. T. (2010). Loneliness matters: A theoretical and empirical review of consequences and mechanisms. Annals of Behavioral Medicine, 40(2), 218–227.
  3. Holt-Lunstad, J., Smith, T. B., Baker, M., Harris, T., & Stephenson, D. (2015). Loneliness and social isolation as risk factors for mortality: A meta-analytic review. Perspectives on Psychological Science, 10(2), 227–237.
  4. Turkle, S. (2011). Alone Together: Why We Expect More from Technology and Less from Each Other. Basic Books.
  5. Dunbar, R. I. M. (2016). Do online social media cut through the constraints that limit the size of offline social networks? Royal Society Open Science, 3(1), 150292.
  6. Nowland, R., Necka, E. A., & Cacioppo, J. T. (2018). Loneliness and social internet use: Pathways to reconnection in a digital world? Perspectives on Psychological Science, 13(1), 70–87.

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากคุณรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือทุกข์ใจจนกระทบชีวิตประจำวัน สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้ การระบุหมายเลขนี้เป็นการชี้ทางเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานเจ้าของสายด่วนรับรองเนื้อหาของเว็บ

กลับคลังบทความ