Introductionบทนำ
คนวัยยี่สิบถึงสามสิบจำนวนมากยังอยู่กับพ่อแม่ แต่งงานช้า เปลี่ยนงานบ่อย และถูกถามว่าเมื่อไหร่จะแยกไปอยู่เอง รุ่นพ่อแม่หลายคนมีงานที่อยู่ได้ยาวและมีครอบครัวตั้งแต่อายุยี่สิบปลาย จึงอ่านความช้านี้ว่ายังไม่ยอมรับผิดชอบ
Jeffrey Arnett เรียกช่วงปลายวัยรุ่นจนถึงวัยยี่สิบว่า emerging adulthood คือช่วงสำรวจตัวตนที่ยังไม่ลงหลักปักฐาน และไม่ใช่วัยรุ่นอีกต่อไป การเลื่อนของเส้นชัยเป็นรูปแบบชีวิตที่สถาบันรอบตัวเปลี่ยนไปด้วย การยังไม่ครบตามตารางเก่าจึงอธิบายคนทั้งรุ่นไม่ครบ
หัวข้อที่ 1 · Social Clockเมื่อสังคมมีนาฬิกาว่าควรโตเมื่อไร
Bernice Neugarten และคณะอธิบายว่าสังคมมีบรรทัดฐานเรื่องอายุ บอกคร่าวๆ ว่าเหตุการณ์ในชีวิตควรเกิดเมื่อไร การแต่งงาน การแยกบ้าน และการมีงานมั่นคงจึงกลายเป็น นาฬิกาสังคม เมื่อใครไปไม่ตรงนาฬิกานั้น ทั้งตัวเขาและคนรอบข้างจะรู้สึกว่าหลุดจังหวะ แม้ชีวิตจะยังไปต่อได้
นาฬิกานี้ไม่ได้อยู่ในชีววิทยา มันอยู่ในความทรงจำของรุ่นที่ผ่านเส้นเหล่านั้นในสภาพเศรษฐกิจและการศึกษาอีกแบบหนึ่ง Glen Elder ชี้ว่าจังหวะชีวิตผูกกับยุคสมัย คนวัยเดียวกันในคนละช่วงประวัติศาสตร์จึงไม่ได้โตด้วยตารางเดียวกัน
หัวข้อที่ 2 · Emerging Adulthoodช่วงก้ำกึ่งที่ทางข้างหน้ายังไม่นิ่ง
Arnett บรรยายช่วงนี้ด้วยลักษณะที่พบบ่อย คือการลองบทบาทหลายแบบ ความไม่นิ่งของงานและความสัมพันธ์ การหันมาจัดชีวิตของตัวเอง ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ และความรู้สึกว่าทางข้างหน้ายังเปิดอยู่ ความไม่นิ่งจึงเป็นส่วนของช่วงสำรวจ ไม่ใช่หลักฐานเดียวว่าคนคนนั้นไม่รับผิดชอบ
Frank Furstenberg อธิบายว่าการเปลี่ยนผ่านสู่วัยผู้ใหญ่ ทั้งการเรียนจบ การงานที่เลี้ยงตัวได้ การแยกบ้าน และการมีครอบครัว ถูกดึงให้ห่างกันมากกว่าในรุ่นก่อน Richard Settersten และ Barbara Ray สรุปว่าทางเส้นนี้ยาวขึ้นและแพงขึ้น การพึ่งพิงครอบครัวระหว่างทางจึงกลายเป็นส่วนของจังหวะใหม่
หัวข้อที่ 3 · Two Clocksเมื่อสองรุ่นอยู่บ้านเดียวกันคนละนาฬิกา
ในบ้านเดียวกันมักมีนาฬิกาสองเรือน รุ่นที่เห็นการแยกบ้านและการมีครอบครัวตั้งแต่อายุยี่สิบปลายเป็นเรื่องปกติ กับรุ่นที่เรียนยาวขึ้น ค่าที่อยู่สูงขึ้น และงานแรกยังไม่พอให้แยกไปอยู่ได้โดยไม่ลำบาก ความตึงจึงมักไม่ได้อยู่ที่ความรัก มันอยู่ที่นิยามคำว่าโต
ทางสำรวจยาวนี้ก็ไม่ได้เปิดเท่ากันทุกชีวิต บางคนในวัยยี่สิบช่วยหาเงินและดูแลคนในบ้านอยู่แล้ว ขณะที่บางคนยังอยู่ในห้องเรียน การถามว่า “เมื่อไหร่จะโต” โดยไม่ถามว่าตอนนี้เขารับอะไรอยู่ จึงอ่านคนทั้งรุ่นด้วยนาฬิกาเรือนเดียว
หัวข้อที่ 4 · Many Pathsคุยเรื่องเส้นชัยโดยไม่ตัดสินทั้งชีวิต
สันติในบ้านเกิดเมื่อสองรุ่นยอมว่าเส้นชัยเลื่อนได้ และยังมีเรื่องที่ทั้งคู่เป็นห่วงร่วมกัน ลองทำสามอย่างนี้
-
Ask the Load (ถามภาระที่มีอยู่)
ก่อนสรุปว่าเขายังไม่ทำอะไร ถามว่างาน การเรียน และการดูแลคนในบ้านตอนนี้เป็นอย่างไร คนที่ดูยังไม่แยกบ้านอาจรับภาระที่นาฬิกาเก่ามองไม่เห็น
-
Split the Package (แยกเส้นชัยแต่ละเส้น)
งานมั่นคง บ้านของตัวเอง และครอบครัวไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกันในปีเดียวกัน แยกแต่ละเส้นออกจากกัน แล้วดูว่าเส้นไหนสำคัญกับชีวิตนี้จริง
-
Negotiate One Step (คุยทีละก้าว)
เลือกหนึ่งเรื่องที่ทั้งบ้านเป็นห่วง เช่น ค่าใช้จ่ายในบ้านหรือแผนอีกสองปี แล้วคุยให้จบเรื่องนั้น โดยไม่ผูกกับคำถามว่าเมื่อไหร่จะครบทุกเส้น
Conclusionบทสรุป
การยังอยู่กับพ่อแม่หรือยังไม่มีครอบครัวในวัยยี่สิบไม่ได้แปลว่านาฬิกาชีวิตหยุด มันแปลว่าเส้นชัยของยุคนี้ถูกวางไว้คนละจุดกับรุ่นก่อน ถ้าสองรุ่นเห็นนาฬิกาของกันและกัน การอยู่บ้านเดียวกันจะเหลือพื้นที่ให้คุย
ลองทำแบบทดสอบด้านล่าง เพื่อสำรวจว่าคุณกำลังเห็นหลายจังหวะ หรือกำลังเร่งทั้งชีวิตให้ครบตามเส้นของรุ่นก่อน หากคุณอยู่ในวัยนี้ ให้รวมวิธีที่คุณตัดสินตัวเองด้วย
คุณเร่งเส้นชัยของผู้ใหญ่แค่ไหน?
แบบทดสอบ 5 ข้อ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที พร้อมคำอธิบายผลและคำแนะนำ ผลลัพธ์เก็บอยู่บนเครื่องคุณเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม
- Arnett, J. J. (2000). Emerging adulthood: A theory of development from the late teens through the twenties. American Psychologist, 55(5), 469–480.
- Neugarten, B. L., Moore, J. W., & Lowe, J. C. (1965). Age norms, age constraints, and adult socialization. American Journal of Sociology, 70(6), 710–717.
- Elder, G. H., Jr. (1994). Time, human agency, and social change: Perspectives on the life course. Social Psychology Quarterly, 57(1), 4–15.
- Furstenberg, F. F., Jr. (2010). On a new schedule: Transitions to adulthood and family change. The Future of Children, 20(1), 67–87.
- Settersten, R. A., Jr., & Ray, B. (2010). What’s going on with young people today? The long and twisting path to adulthood. The Future of Children, 20(1), 19–41.
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากคุณรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือทุกข์ใจจนกระทบชีวิตประจำวัน สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้ การระบุหมายเลขนี้เป็นการชี้ทางเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานเจ้าของสายด่วนรับรองเนื้อหาของเว็บ