Introductionบทนำ

คนเลื่อนฟีดไม่กี่นาทีก็เจอบ้านใหม่ งานใหม่ ทริป และรอยยิ้มที่จัดแสงมาดี ชีวิตตัวเองที่เมื่อกี้ยังไปได้ ดูเหมือนยังไม่พอทันที

Leon Festinger อธิบายว่าเมื่อไม่มีมาตรฐานตายตัวสำหรับการประเมินตัวเอง คนจะเทียบกับผู้อื่น เขาเรียกกระบวนการนี้ว่า social comparison ฟีดทำให้วัตถุดิบของการเทียบนี้อยู่ตรงหน้าตลอด ทั้งที่ภาพเหล่านั้นถูกเลือกมาให้คนดู ไม่ได้ถูกสร้างมาเป็นมาตรฐานของชีวิตใคร

หัวข้อที่ 1 · Upwardเมื่อการเทียบขึ้นให้ได้ทั้งทางและคำตัดสิน

การดูคนที่ดูดีกว่าในเรื่องนั้นเรียกว่า upward comparison หรือการเทียบขึ้น Rebecca Collins สรุปว่าการเทียบขึ้นให้ผลได้สองทาง ถ้าเห็นคนนั้นเป็นตัวอย่างที่พอเอื้อมถึง ภาพนั้นให้ทิศทาง ถ้าเห็นเป็นหลักฐานว่าตัวเองด้อยทั้งชีวิต การประเมินตัวเองจะถูกกดลง

Erin Vogel และคณะพบว่าคนที่ใช้เฟซบุ๊กบ่อยมีการเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำกว่า และความสัมพันธ์นี้ผ่านการเทียบขึ้นบนโซเชียลมีเดีย ในการทดลอง คนที่เห็นโปรไฟล์ซึ่งชวนให้เทียบขึ้นประเมินตัวเองในขณะนั้นต่ำลงกว่าคนที่เห็นโปรไฟล์ที่ชวนให้เทียบลง

หัวข้อที่ 2 · Highlightเมื่อภาพที่เลือกมาถูกอ่านเป็นทั้งชีวิต

Grace Chou และ Nicholas Edge พบว่าคนที่ใช้เฟซบุ๊กมานานกว่าและใช้เวลาบนนั้นมากกว่า มีแนวโน้มเห็นด้วยว่าคนอื่นมีความสุขกว่าและมีชีวิตที่ดีกว่า พวกเขาชี้สองกลไก ภาพที่เจอบ่อยถูกเรียกขึ้นมาได้ง่าย และคนมักอ่านเนื้อด้านบวกบนหน้าโปรไฟล์ว่าเป็นตัวตนของเจ้าของภาพ โดยเฉพาะเมื่อไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว

วันที่เหนื่อยของเขาไม่อยู่ในเฟรม จึงไม่ถูกนำมาถ่วงน้ำหนัก คนดูจึงเอาชีวิตทั้งก้อนของตัวเอง ซึ่งรวมวันที่ธรรมดาไว้ครบ ไปเทียบกับช่วงที่อีกฝ่ายเลือกให้ดู

หัวข้อที่ 3 · Scrollเมื่อเลื่อนดูเงียบๆ แล้วของตัวเองเล็กลง

Philippe Verduyn และคณะแยกการเลื่อนดูโดยไม่โต้ตอบ ออกจากการโพสต์หรือการคุยกับคน การเลื่อนดูแบบแรกเชื่อมกับอารมณ์ที่แย่ลง และความอิจฉาเป็นทางผ่านหนึ่ง เมื่อน้อยใจแล้วเลื่อนต่อ ฟีดจึงส่งภาพให้เทียบเพิ่ม ในจังหวะที่ใจกำลังใช้ภาพนั้นตัดสินตัวเอง

งานเหล่านี้ดูที่เฟซบุ๊ก แต่กลไกที่พบเป็นการเทียบขึ้นกับภาพที่ถูกเลือกมา และการเลื่อนดูโดยไม่โต้ตอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟีดอื่นก็วางตรงหน้าได้เหมือนกัน เรื่องนี้คนละเรื่องกับความรู้สึกว่าความสำเร็จของตัวเองไม่จริง และคนละเรื่องกับการเร่งให้คนอื่นคิดบวก ไม้บรรทัดในที่นี้คือชีวิตที่คนอื่นเลือกโพสต์

หัวข้อที่ 4 · Own Laneดูฟีดโดยไม่ให้ภาพคนอื่นกลายเป็นคำตัดสิน

การปิดฟีดทั้งก้อนไม่จำเป็น ลองทำสามอย่างนี้

  1. Name the Slice (ตั้งชื่อให้ภาพ)

    ก่อนความรู้สึกจะกลายเป็นคำตัดสิน บอกตัวเองว่านี่คือหนึ่งช่วงที่เขาเลือกให้ดู บ้านทั้งหลัง งานทั้งปี และอารมณ์ทั้งวันไม่ได้อยู่ในเฟรมนั้น

  2. Ask the Direction (ถามว่าได้ทางหรือได้คำตัดสิน)

    ถ้าภาพนี้ชี้หนึ่งอย่างที่พอทำได้ ให้เหลือแค่นั้น ถ้ามันกำลังตัดสินทั้งชีวิต ให้วางเครื่อง การเทียบขึ้นมีประโยชน์เมื่อมันให้ทาง ไม่ใช่เมื่อมันปิดชีวิตที่เหลือ

  3. Return to One Fact (กลับมาที่หนึ่งเรื่องของวันนี้)

    นึกถึงหนึ่งอย่างที่ฟีดมองไม่เห็น เช่น งานที่เพิ่งทำเสร็จ ข้าวมื้อล่าสุด หรือคนที่คุยด้วยจริงวันนี้ ของชิ้นนี้ยังอยู่ แม้จะไม่ได้ถูกโพสต์

Conclusionบทสรุป

ภาพบนฟีดเป็นวัตถุดิบของการเทียบ มันกลายเป็นมาตรฐานก็ต่อเมื่อเราให้มันตัดสินทั้งชีวิต การเห็นช่วงที่เขาให้ดู โดยยังถือไม้บรรทัดของตัวเองไว้ คือทางที่ฟีดยังเปิดอยู่ได้

ลองทำแบบทดสอบด้านล่าง เพื่อสำรวจว่าคุณกำลังเห็นแค่ช่วงที่เขาให้ดู หรือกำลังใช้ภาพนั้นตัดสินทั้งชีวิตของตัวเอง

คุณใช้ฟีดตัดสินชีวิตตัวเองแค่ไหน?

แบบทดสอบ 5 ข้อ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที พร้อมคำอธิบายผลและคำแนะนำ ผลลัพธ์เก็บอยู่บนเครื่องคุณเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม

  1. Festinger, L. (1954). A theory of social comparison processes. Human Relations, 7(2), 117–140.
  2. Collins, R. L. (1996). For better or worse: The impact of upward social comparison on self-evaluations. Psychological Bulletin, 119(1), 51–69.
  3. Vogel, E. A., Rose, J. P., Roberts, L. R., & Eckles, K. (2014). Social comparison, social media, and self-esteem. Psychology of Popular Media Culture, 3(4), 206–222.
  4. Chou, H.-T. G., & Edge, N. (2012). “They are happier and having better lives than I am”: The impact of using Facebook on perceptions of others’ lives. Cyberpsychology, Behavior, and Social Networking, 15(2), 117–121.
  5. Verduyn, P., Lee, D. S., Park, J., Shablack, H., Orvell, A., Bayer, J., Ybarra, O., Jonides, J., & Kross, E. (2015). Passive Facebook usage undermines affective well-being: Experimental and longitudinal evidence. Journal of Experimental Psychology: General, 144(2), 480–488.

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากคุณรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือทุกข์ใจจนกระทบชีวิตประจำวัน สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้ การระบุหมายเลขนี้เป็นการชี้ทางเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานเจ้าของสายด่วนรับรองเนื้อหาของเว็บ

กลับคลังบทความ