Introductionบทนำ

ประโยคที่พิมพ์ในแชทบางทีคมกว่าคำที่คุณจะพูด ถ้าคนคนนั้นนั่งอยู่ตรงข้าม ชื่อในแชทเป็นชื่อจริง รูปโปรไฟล์ก็ใช่ แต่สีหน้ากับจังหวะที่อีกฝ่ายจะชะงักไม่มีอยู่ในช่องพิมพ์

เรื่องนี้คนละเรื่องกับการรุมประณามต่อหน้าผู้ชม ฝูงคนที่ลงโทษคนหนึ่งในที่สาธารณะคืออีกเรื่องหนึ่ง บทความนี้คือคนคนเดียวที่พิมพ์ถึงคนที่รู้จัก ด้วยคำที่ตัวเองจะไม่ใช้ที่โต๊ะ

หัวข้อที่ 1 · No Faceเมื่อชื่อจริงยังมองไม่เห็นหน้า

John Suler เรียกการที่คนพูดหรือเปิดเผยตัวเองบนโลกออนไลน์แรงกว่าตอนอยู่ต่อหน้าว่า online disinhibition effect ด้านหนึ่งคนเล่าเรื่องส่วนตัวและความกลัวได้ง่ายขึ้น อีกด้านคือคำหยาบ คำวิจารณ์ที่คม และความโกรธที่ต่อหน้าจะถูกเก็บไว้ บทความนี้สนใจด้านของคำที่คมขึ้น

ปัจจัยหนึ่งคือการมองไม่เห็นกัน ในอีเมล แชท และข้อความสั้น คนอาจรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่ยังมองไม่เห็นหน้าและไม่ได้ยินเสียง Suler ชี้ว่าแม้ตัวตนจะถูกเปิดไว้แล้ว การมองไม่เห็นตัวกันก็ยังทำให้คำหลุดได้ง่ายขึ้น เพราะคนพิมพ์ไม่ต้องเห็นคิ้วที่ขมวด ศีรษะที่ส่าย หรือถอนหายใจสั้นๆ ที่ปกติจะยับยั้งประโยคถัดไป

Noam Lapidot-Lefler และ Azy Barak ให้คน 142 คนจับคู่คุยเรื่องปัญหาผ่านแชท แล้วพบว่าในสามปัจจัยที่ทดลอง การไม่ได้สบตาเป็นตัวที่ผูกกับข้อความรุนแรงชัดที่สุด การปิดชื่อเพิ่มข้อความข่มขู่ได้บางส่วน และการไม่เห็นตัวอีกฝ่ายทำให้บรรยากาศติดลบได้บางส่วน แต่สายตาที่หายไปมีน้ำหนักกว่า การทดลองนั้นเป็นการคุยระหว่างคนที่ไม่รู้จักกันเรื่องสมมติ ตัวเลขจึงเป็นของห้องทดลองนั้น กลไกที่ห้องทดลองชี้ และที่แชทกับคนรู้จักก็มีเหมือนกัน คือการไม่มีสายตาในจังหวะที่กำลังพูด

หัวข้อที่ 2 · Leave Itเมื่อส่งแล้วไม่ต้องรับสีหน้าทันที

อีกปัจจัยที่ Suler อธิบายคือคำตอบที่ไม่มาในวินาทีเดียวกัน ต่อหน้า คนฟังขมวดคิ้ว คำถัดไปมักถูกดึงกลับเข้าหามาตรฐานของความสัมพันธ์นั้น ในแชท ช่วงว่างระหว่างการส่งกับการตอบยาวพอให้ประโยคที่สองและที่สามคมขึ้นได้อีก ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พิมพ์สักคำ

บางคนรู้สึกเหมือนวางข้อความไว้แล้วเดินออกจากห้อง คำที่แรงถูกส่งออกไป โดยที่คนส่งไม่ต้องอยู่ในจังหวะที่อีกฝ่ายอ่านเจอ ความโล่งนั้นทำให้ประโยคที่ปกติจะถูกกลืนกลับลงคอ ได้ออกไปทั้งก้อน

หัวข้อที่ 3 · In the Headเมื่ออีกฝ่ายกลายเป็นเสียงในหัว

เมื่อมีแต่ตัวอักษร อีกฝ่ายกลายเป็นเสียงที่คนอ่านใส่ให้เอง Suler อธิบายว่าคนอาจได้ยินข้อความนั้นด้วยเสียงของตัวเองที่กำลังโกรธ การโต้เถียงจึงดำเนินกับภาพของอีกฝ่ายที่ถูกเติมจากความคาดหวัง ไม่ใช่กับทุกคำที่เขากำลังพิมพ์อยู่จริง

บางคนรู้สึกว่าตัวบนแชทคือตัวจริงที่ถูกปล่อยออกมา Suler มองว่าประโยคที่โผล่มาคือการสลับชุดของความรู้สึก เมื่อห้องเปลี่ยนจากโต๊ะเป็นช่องพิมพ์ ชุดที่คมกว่าได้ขึ้นมาข้างหน้า คำนั้นยังเป็นคำของคนพิมพ์ และบุคลิกของแต่ละคนมีผลว่าจะหลุดไปไกลแค่ไหน ห้องแชทไม่ได้ทำให้ทุกคนพิมพ์แรงเท่ากัน

หัวข้อที่ 4 · Across the Tableพิมพ์ให้ใกล้คำที่พูดต่อหน้า

การเลิกใช้แชทไม่จำเป็น เรื่องที่ควรพูดตรงๆ ยังมี ลองทำสามอย่างนี้ก่อนนิ้วจะกดส่งประโยคที่คม

  1. See the Face (เห็นหน้าก่อนส่ง)

    ก่อนกดส่ง ให้นึกหน้าคนนั้นราวกับเขานั่งอยู่ตรงข้าม ถ้าประโยคนี้ทำให้คุณหลบตาที่โต๊ะ ให้เขียนใหม่ สายตาที่หายไปจากแชท เอากลับมาในความคิดได้หนึ่งวินาที

  2. Stay for the Reply (อยู่กับจังหวะที่เขาจะอ่าน)

    อย่าส่งประโยคที่แรงที่สุดแล้วออกจากแชททันที ให้อยู่กับความรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังจะอ่าน หนึ่งช่วงสั้นๆ พอให้คำที่คมเกินถูกแก้ได้ ก่อนที่มันจะไปถึงเขาทั้งก้อน

  3. Use Your Voice (ใช้คำที่พูดออกเสียงได้)

    อ่านประโยคนั้นราวกับกำลังพูดกับเขา ถ้าคำนั้นออกจากปากที่โต๊ะไม่ได้ ให้เปลี่ยนเป็นคำที่ออกได้ ความตรงของเรื่องยังอยู่ได้ โดยให้เสียงนั้นเป็นเสียงที่คุณใช้กับเขาอยู่แล้ว

Conclusionบทสรุป

คำในแชทเดินทางไปถึงคนจริง ด้วยน้ำเสียงที่เขาต้องเดาเอง การเห็นหน้าก่อนส่ง คือการให้ประโยคนั้นใกล้คำที่คุณจะพูดถ้าเขานั่งอยู่ตรงหน้า

ลองทำแบบทดสอบด้านล่าง เพื่อสำรวจว่าคุณกำลังพิมพ์ใกล้คำพูด หรือกำลังให้ช่องพิมพ์เรียกคำที่คมกว่าออกมา

คุณพูดในแชทรุนแรงกว่าพูดต่อหน้าแค่ไหน?

แบบทดสอบ 5 ข้อ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที พร้อมคำอธิบายผลและคำแนะนำ ผลลัพธ์เก็บอยู่บนเครื่องคุณเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม

  1. Suler, J. (2004). The online disinhibition effect. CyberPsychology & Behavior, 7(3), 321–326.
  2. Lapidot-Lefler, N., & Barak, A. (2012). Effects of anonymity, invisibility, and lack of eye-contact on toxic online disinhibition. Computers in Human Behavior, 28(2), 434–443.

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากคุณรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือทุกข์ใจจนกระทบชีวิตประจำวัน สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้ การระบุหมายเลขนี้เป็นการชี้ทางเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานเจ้าของสายด่วนรับรองเนื้อหาของเว็บ

กลับคลังบทความ